เทอร์มิสเตอร์ (thermistor) เป็นอุปกรณ์ตัวต้านทานชนิดหนึ่ง ที่ค่าความต้านทานเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิ ซึ่งตัวต้านทานแบบปกติทั่วไปเราจะเรียกกันสั้น ๆ ว่า(R)ซึ่งทำหน้าที่ค่อยดร็อปแรงดันและแบ่งแรงดันให้เหมาะสมกับการทำงานของวงจรในส่วนนั้นๆ โดยคุณสมบัติจะต้านการไหลผ่านของกระแสไฟฟ้า ถ้ามีความต้านทานมากกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านจะน้อยลง,เป็นนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดพาสซีฟ (passive)ค่าความต้านทานของตมีหน่วยเป็นโอห์ม (Ω)
เทอร์มิสเตอร์ (thermistor) ในวงจรสวิตชิ่งเรามักจะเจออยู่แถว ๆ Line Filter คือติดกันเลยแหละกับวงจร Line Filter เหมือนกับวาริสเตอร์ก็เช่นกัน ***ข้อสังเกตุ เทอร์มิสเตอร์กับวาริสเตอร์เพราะตัวมันจะคล้ายกันมาก วาริสเตอร์จะต่อขนานกับวงจร ส่วนเทอร์มิสเตอร์จะต่ออนุกรมกับวงจร
ในการใช้งานแม้โดยคุณสมบัติจะต่างกันแต่มักจะถูกนำมาใช้งานด้วยวัตถุประสงค์คล้าย ๆ กันคือกันไฟกระชาก กันไฟเกิน ถ้าจะบอกว่าจุดประสงค์เดียวกันก็คงไม่ถูกต้องนักเพราะคุณสมบัติต่างกัน ดังนั้นในวงจรสวิตชิ่งทั่ว ๆ จึงมักจะเห็นการออกแบบเขาจะเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งมาใช้ในจุดนี้ ถ้าเป็นสวิตชิ่งเกรดดี ๆ ราคาสูง ๆ ก็อาจจะเห็นทั้ง 2 อย่าง
ภาพวงจรด้านล่างที่นำมาให้ดูเป็นวงจรสวิตชิ่งจีน จะเห็นว่าเทอร์มิสเตอร์จะถูกต่ออยู่กับเล้น Neutron(นิวตรอน)ทั้งที่ควรจะต่อไว้ที่เส้น Line แต่ในการใช้งานจริงตัวเทอร์มิสเตอร์ก็ถูกต่อไว้ที่เส้น Line นี่แหล่ะคือความสนุกสนานของงานอิเล็กฯ

เทอร์มิสเตอร์ (thermistor) เป็นอุปกรณ์ตัวต้านทานชนิดหนึ่ง ที่ค่าความต้านทานเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิ โดยคำว่า เทอร์มิสเตอร์ มาจากคำว่า เทอร์มอล (ความร้อน) รวมกับคำว่า รีซิสเตอร์ (ตัวต้านทาน) โดยแบ่งเป็น 2 ชนิดได้แก่
NTC (Negative Temperature Coefficient) คือชนิดที่ค่าความต้านทานจะลดลงเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น นิยมใช้ในการตรวจวัดอุณหภูมิ
PTC (Positive Temperature Coefficient ) คือชนิดที่ค่าความต้านทานจะเพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น นิยมใช้เป็นอุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าเกิน (Over current protection)
ดังนั้นที่เราเห็นเทอร์มิสเตอร์ (thermistor) ตรงไฟ AC ทางเข้านั้นจะต้องเป็นแบบ NTC (Negative Temperature Coefficient) เพราะเมื่อตัวมันมีแรงดันตกคร่อมก็จะเริ่มมีความร้อนค่าความต้านทานก็จะเริ่มลดกระแสไฟฟ้าก็จะค่อย ๆ ไลเข้าสู่วงจร แบบภาพวงจรด้านล่าง

ภาพวงด้านบบนนี้ก็จะเป็นแบบ PTC (Positive Temperature Coefficient ) เมื่อตัวมันร้อนขึ้นความต้านทานก็จะเพิ่มตาม ยิ่งร้อนมาก ๆ ก็จะยิ่งมีความต้านทานเพิ่มไปอีกจนถึงขั้นตัดการทำงานของวงจร จากภาพจะเห็นว่าเขานำเทอร์มิสเตอร์ติดกับซิงค์ระบายความร้อน หมายความว่าถ้ามีอะไรผิดปกติอุปกรณ์ก็จะทำงานหนักจนเกิดคววามร้อน ถ้าร้อนมาก ๆ เทอร์มิสเตอร์ก็จะมีความต้านทานมากจนหยุดการทำงานของวงจร






