| ภาคจ่ายไฟเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ตามบ้านเรื่อน,สำนักกงาน ออฟฟิศ หรือ แม้แต่ในยานพาหนะปัจจุบันก็นิยมใช้วงจรอิเล็คทรอนิคส์ใน การควบควมการทำงานภายในต่างๆ ดังนั้นภาคจ่ายไฟจึง สำคัญและจำเป็นจะต้องมีคุณภาพที่เหมาะสมกับเครื่องนั้นๆ |
สวิทชิ่งภาคจ่ายไฟที่ได้รับความนิยมที่สุด

สิ่งที่ควรรู้ก่อนลงมือซ่อมสวิทชิ่ง
| สิ่งที่ควรรู้ก่อนลงมือซ่อมแน่นอนว่าเรื่องไฟฟ้าพื้นฐาน,การ ใช้เครื่องมือวัดพื้นฐานเนื่องจากว่าอะไรที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า ล้วนอันตรายพอสมควรสำหรับคนที่ความรู้ความเข้าใจยังไม่ พอ เคยมีคำกว่าวไว้ว่าคนไม่รู้อะไรเลยกับคนที่ความรู้ระดับ ดีแต่ถ้าประมาทเวลาลงมือทำจะมีความอันตรายพอๆกัน |

Switching ถูกพัฒนามาอย่างเนื่อง
| ภาคจ่ายไฟแบบสวิทชิ่งถูกคิดค้นมาใช้งานเป็นมาเวลานาน พอสมควรแทนที่การใช้งานภาคจ่ายไฟแบบเก่า คือ Linear ที่มีน้ำหนักมาก ซึ่งสวิทชิ่งจะเบากว่ามากหากเทียบปริมาณ พลังงาน(วัตต์)ที่เท่าๆกัน แต่ข้อเสียของสวิทชิ่งคือความร้อน ปัจจุบันมีการพัฒนาสวิทชิ่งมาเป็นหลาย ๆ รูปแบบเพื่อความ เหมาะสมกับการใช้งานของเครื่องใช้แต่ละชนิด |
บล็อคไดอะแกรมแสดงผังการทำงานของสวิทชิ่ง


| จากภาพประกอบด้านบนเป็นลำดับการทำงานภาคจ่ายไฟ แบบสวิทชิ่ง **ในส่วนของ PFC ในบางเครื่องจะไม่มีวงจร ชุดนี้กรณีที่ต้องการการจ่ายไฟที่สเถียรมีคุณภาพในระยะ ยาวการออกแบบก็จะใส่วงจรชุดนี้ด้วยนั่น และก็หมายถึง ต้นทุนที่สูงขึ้น ดังนั้นสวิทชิ่งทั่ว ๆ ไปจึงเอาวงจรชุดนี้ออก เพื่อลดต้นทุนการผลิตนั่นเอง |
-AC คือไฟต้นทางบ้านเราใช้ 220VAC 5oHz
-Line Filter ทำหน้าที่กรองสัญาณรบกวน
-Regtifire ทำหน้าที่แปลงไฟ AC เป็น DC
-PFC ทำหน้าที่รักษาระดับแรงดันDCให้คงที่
-Switching ทำหน้าที่สวิทไฟDCเกิดเป็นความถี่
มีสนามแม่เหล็กเิดขึ้นที่หม้อแปลง
-Regtifire ชุดนี้จะแปลง ACจากการทำงานของ
สวิทชิ่งให้เป็น DCอีกครั้งโดยมีกระแสมากขึ้น
-Filter ทำหน้าที่กรองไฟ DC ให้เรียบ
-Output คือแรงดันไฟชุดที่จะนำไปใช้งาน

ในรายละอียดการทำงานในแต่ละส่วนจะอธิบายเพิ่มในบทต่อไป เช่น
-หน้าที่แต่ละภาคส่วนโดยละเอียด
-รูปแบบของสวิทชิ่ง แต่ละแบบ
-ตัวอย่าง ไอซีพัลส์ในแต่ละแบบ

